วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

5 ประเด็นร้อนฝรั่งเศสสอยเบลเยี่ยมเข้าชิงดำ


ในที่สุดเราก็ได้ผู้เข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2018 เป็นทีมแรกแล้วได้แก่ ฝรั่งเศส นั่นเอง หลังจากสามารถปราบเบลเยี่ยม ด้วยประตูชัยของ ซามูเอล อุมติตี้ เป็นเกมที่อึดอัดและกดดันเป็นอย่างมาก ทำให้ต้องเฉือนคมกันด้วยความเฉียบขาดในการทำประตู และก็เป็นทีมตราไก่ที่ทำได้ดีกว่า มาดูประเด็นที่น่าสนใจในเกมกัน


1.แท็คติกดับซ่าปีศาจแดงแห่งยุโรป

แม้ว่า เบลเยี่ยม จะเริ่มต้นเกมได้วูบวาบและสร้างโอกาสได้ค่อนข้างเยอะ แต่ทว่าเมื่อพอเวลาผ่านไปกลายเป็นเกมเข้าทางฝรั่งเศสอย่างมาก ต้องชมทีมตราไก่ที่ประกบแนวรุกของเบลเยี่ยมแต่ละคนได้เป็นอย่างดี ราฟาเอล วารานและซามูเอล อุมติตี้ ช่วยกันรุมกินโต๊ะ โรเมลู ลูกากู จนเล่นไม่ออก
    ขณะที่ตัวสนับสนุนแดนกลางอย่าง เอแด็น อาซาร์ และเควิน เดอบรอยน์ ต้องลงไปล้วงบอลต่ำและพาบอลขึ้นหน้า ซึ่งก็ต้องมาหยุดที่แดนกลางเพราะเจอทั้ง ก็องเต้ และปอล ป็อกบา ที่ช่วยกันตัดเกม ขณะที่พอ เบลเยี่ยม มีโอกาสได้ยิงประตูก็ยังไม่สามารถผ่านปราการสุดท้ายอย่าง อูโก้ ยอริส ไปได้ เกมรับเป็นหัวใจหลักของทีมตราไก่จริงๆ


2.ขาดมูนิเย่ร์ทำแท็คติกเปลี่ยน

 การขาด โทมัส มูนิเย่ร์ กลายเป็นปัญหาสำคัญส่งผลถึงระบบทีมเป็นอย่างมาก โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ต้องเลือกใช้ นาเซอร์ ชาดลี่ เล่นเป็นวิงแบ็คฝั่งขวาแทน ซึ่งตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มมาเขาถูกจับเล่นฝั่งซ้ายมาตลอด พอมาเล่นฝั่งขวาก็ดูเหมือนจะเงียบลงไป เขารับหน้าที่เปิดลูกเซ็ตพีสแต่แทบจะสร้างอันตรายไม่ได้เลย ขณะที่อีกคนที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักคือ มุสซ่า เดมเบเล่ ที่เพิ่งลงสนามเป็นตัวจริงเกมแรก และแทบจะไม่อยู่ในเกมเลย สร้างอันตรายทางฝั่งซ้ายไม่ได้ แถมยังโดนเลี้ยงผ่านจนต้องตัดฟาวล์หลายครั้ง สุดท้ายก็ต้องโดนเปลี่ยนตัวออก


3.ชิรูด์ กับกองหน้า?

  ถ้ามองในมุมแท็คติกเกมรับ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ มีประโยชน์อย่างมากเพราะเขาเป็นกองหน้าที่ขยันลงมาช่วยป้องกันประตูบ่อยครั้ง แต่ถ้าพูดในฐานะกองหน้าตัวเป้า เขาควรจะมีประตูติดไม้ติดมือบ้าง ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์เขายังไม่สามารถทำประตูได้เลย ขณะที่เกมนี้ก็มีโอกาสอยู่มากมายแต่ไม่สามารถปิดสกอร์ได้ แย่ไปกว่านั้นตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มถึงรอบรองฯนี้ เขามีโอกาสยิงประตู 10 ครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนตรงกรอบเลยสักครั้ง


4.รับก็องเต้ รุกเอ็มบัปเป้

  ถ้าถามว่าตอนนี้ใครเป็นกลางรับที่ดีที่สุดในโลก ต้องมีชื่อของ ก็องเต้ ติดอยู่แน่นอน เขาเป็นหนึ่งคนที่ฟอร์มเสมอต้นเสมอปลายมากที่สุด โดยเฉพาะในเกมนี้ที่ต้องเจอกับแนวรุกอันจัดจ้านของเบลเยี่ยมทั้งเอแด็น อาซาร์ และเควิน เดอ บรอยน์ แต่ก็ยังสามารถหยุดแนวรุกไว้ได้  ขณะที่แนวรุกสุดฮอตอย่างคิลิยัน เอ็มบัปเป้ แม้เกมนี้จะไม่มีส่วนร่วมในการทำประตูแต่เขายังประสานงานกับอองตวน กรีซมันน์ ทำชิ่งเร็วในจังหวะสวนกลับจนกองหลังเบลเยี่ยมปั่นป่วน 


5.แชมป์โลกสมัยที่ 2 รออยู่

 ฝรั่งเศส เข้าไปชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ครั้งแรกพวกเขาได้แชมป์สมัยแรกในปี 1998 ส่วนครั้งที่สองเข้าชิงชนะเลิศกับอิตาลี ในปี  2006  มีเหตุการณ์ช็อคโลกเมื่อ เซเนดีน ซีดาน ใช้หัวโขกใส่ มาร์โก มาเตรัซซี่ จนโดนไล่ออก และสุดท้ายเป็นทีมตราไก่พ่ายในการดวลจุดโทษ มาดูกันว่าครั้งนี้พวกเขาจะล้างอายและสามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ได้หรือไม่ 

ไม่มีความคิดเห็น: