4 นักเตะสำคัญจำเป็นต้องระเบิดฟอร์มในฤดูกาลนี้

เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แฟนลูกหนังคงเห็นแล้วว่ามีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นมากมายในตลาดซื้อขายนักเตะ อย่างกรณีของ เนย์มาร์ และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ไปเล่นกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, อุสมาน เอมเบเล่ และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กับ บาร์เซโลน่า และ โรเมลู ลูกากู ย้ายไปอยู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมทั้งอีกหลายๆ คน โดยมีนักเตะบางคนที่ทำผลงานได้อย่างสุดยอดกับต้นสังกัดของพวกเขา แต่ก็มีหลายคนที่เจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากมากๆ
สำหรับนักเตะที่ย้ายมาพร้อมกับค่าตัวมหาศาลในช่วงหลายฤดูกาลก่อน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่าทำไมสโมสรถึงเชื่อมั่นและควักกระเป๋าจ่ายเงินไม่อั้นให้กับพวกเขา ที่สำคัญเมื่อพิจารณาจากพรสวรรค์ของนักเตะเหล่านี้ แน่นอนว่ามันถึงเวลาที่พวกเขาต้องตอบแทนความเชื่อมั่นจากต้นสังกัด และกุนซือได้แล้ว
1. อุสมาน เดมเบเล่ (บาร์เซโลน่า)
บาร์เซโลน่า เซ็นสัญญา อุสมาน เดมเบเล่ มาจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เมื่อซีซั่นที่ผ่านมาด้วยค่าตัว 105 ล้านยูโร (ราว 4,200 ล้านบาท) พร้อมกับออปชั่นเงินเพิ่มอีก 40 ล้านยูโร (ราว 1,600 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามซีซั่นแรกของเขากับ บาร์ซ่า แทบจะไม่ได้เกิดเลยเพราะเจอปัญหาบาดเจ็บรบกวน และนักเตะได้ลงเล่นเกมลีกเพียง 17 แมตช์เท่านั้น พร้อมซัดไปแค่ 3 ประตูกับ 7 แอสซิสต์
บาร์ซ่า ทุ่มเงินไปเยอะมากกับนักเตะพรสวรรค์คนนี้ ดังนั้นย่อมมีความคาดหวังว่าเขาจะระเบิดฟอร์มในถิ่นคัมป์ นู ในฤดูกาลนี้ เวลาที่ ลิโอเนล เมสซี่ ถูกจับพัก หรือบางทีอาจจะถูกส่งไปเล่นเคียงข้างกับ เมสซี่ ก็ได้ แน่นอนว่าแฟนบอล "เจ้าบุญทุ่ม" ทุกคนหวังว่าฟอร์มของเขาจะเหมือนกับที่เล่น ดอร์ทมุนด์
แม้ว่าเขาจเริ่มต้นซีซั่น 2018-19 ด้วยฟอร์มที่น่าประทับใจ ยิงประตูชัยช่วยทีมในเกมซูเปอร์ คัพ ดวล เซบีย่า และยิงประตูดับ เรอัล บายาโดลิด 1-0 ซึ่งบอกได้เลยว่าฟอร์มของ เดมเบเล่ มีความสำคัญกับ บาร์เซโลน่า มากๆ สำหรับการลุ้นทริปเบิ้ลแชมป์
2. อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
2. อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
สิ่งที่บรรดาสาวก "เร้ด อาร์มี่" ปรารถนา และความหวังในช่วงเวลานี้ก็คือการเห็น อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ดาวเตะชาวฝรั่งเศส ทำผลงานได้อย่างสุดยอดในครึ่งซีซั่นแรก เมื่อเขากับ มาร์คัส แรชฟอร์ด มีโอกาสได้ประสานงานกัน แต่การที่ "ปีศาจแดง" ได้ตัว อเล็กซิส ซานเชซ ในเดือนมกราคม โอกาสได้ลงสนามของเขาก็ลดลงฮวบฮาบ และแทบไม่ได้โผล่หัวลงสนามจนกระทั่งจบซีซั่น
มาร์กซิยาล ตกเป็นข่าวเรื่องย้ายทีมมาตลอดในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่สุดท้ายนักเตะยังคงอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต่อไป และต้องการทำผลงานให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้เห็นว่าเขามีดีมากกว่าแค่การเป็นยางอะไหล่ของนักเตะหน้าไหนทั้งนั้น ฉะนั้นในฤดูกาลนี้ "น้องหมาก" พร้อมที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีดีมากแค่ไหน
อย่างไรก็ตาม โอกาสที่ มาร์กซิยาล จะได้พิสูจน์ตัวเองขึ้นอยู่กับ มูรินโญ่ เพราะหาก "เฮียมู" ไม่ไว้วางใจหัวหอกเลือดเฟร้นช์ คงเป็นเรื่องยากจะเห็นผลงานที่ยอดเหมือนกับตอนที่เขาเล่นให้ โมนาโก หรือสมัยที่ย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2015
3. อัลบาโร่ โมราต้า (เชลซี)
ในช่วงระหว่างตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ 2017-18 โรเมลู ลูกากู มีข่าวว่าจะย้ายกลับมายังถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ พร้อมกับ โมราต้า ที่เตรียมไปล่าตาข่ายใน เธียเตอร์ ออฟ ดรีม หรือ โรงละครแห่งความฝัน แต่สุดท้าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จัดการสวมบทสลัดอากาศไฮแจ็ค ลูกากู มาร่วมทีมได้สำเร็จ ทำให้ "สิงห์บลูส์" ต้องเซ็นสัญญากับ โมราต้า แทน
ช่วงต้นฤดูกาลดังกล่าว โมราต้า ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขาเริ่มต้องพบกับความยากลำบาก จนกระทั่งจบซีซั่นที่ผ่านมาด้วยสถิติซัดไปเพียง 11 ประตู กับ 6 แอสซิสต์ ในการเล่นเกมลีกให้ยอดทีมแห่งถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ 31 แมตช์
ภายใต้การบริหารงานดีมีคุณภาพของกุนซือเมาริซิโอ ซาร์รี่ ฤดูกาลนี้เขายังไม่สามารถผลิตผลงานชั้นยอดออกมาได้เลยเมื่อเล่นไป 4 เกมแรกยิงได้แค่ประตูเดียวเท่านั้น โมราต้าจำเป็นต้องพัฒนาฟอร์มของตัวเองให้ได้เพื่อเรียกศรัทธาจากแฟนบอลต้นสังกัดคืนมา
4. ปอล ป็อกบา (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
4. ปอล ป็อกบา (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
อดีตนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกตอนย้ายจาก ยูเวนตุส มาเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บ้านเก่า !! โดยในเวลานั้นสาวก "ผีแดง" ต่างยิ้มหน้าบานและคาดหวังว่า ปอล ป็อกบา จะสร้างผลงานสุดยอดเหมือนที่เขาทำให้กับ ยูเว่ ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในดินแดนมะกะโรนี
สำหรับฤดูกาลสุดท้ายในเมืองตูรินนั้น กองกลางแชมป์โลก ซัดไป 8 ประตู และแอสซิสต์กว่า 13 ครั้งตลอดการเล่น 35 แมตช์ โดยผลงานชั้นยอดของเขามาจากการได้เล่นอย่างอิสระในตำแหน่งกองกลาง และสามารถจัดการกับแนวรับคู่แข่งจนอยู่หมัด
อย่างไรก็ตามการย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การกุมบังเหียนของ มูรินโญ่ ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด เมื่อ นายใหญ่เลือดโปรตุกีส จับ ป็อกบา มาเล่นในระบบที่เน้นเกมรับ แถมยังจำกัดอิสระในการเล่นของเขาอีก นั่นทำให้ มิดฟิลด์เลือดเฟร้นช์ ไม่สามารถระเบิดฟอร์มชั้นยอดออกมาได้อย่างที่ทุกๆ คาดหวัง
ความแตกร้าวระหว่าง มูรินโญ่ กับ ป็อกบา นำไปสู่ข่าวลือเรื่องที่นักเตะจะย้ายไปเล่นกับ บาร์เซโลน่า แต่ตอนนี้ทุกอย่างมีการเคลียร์ใจกันหมดแล้ว และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือนักเตะต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นยอดกองกลางระดับโลกเหมือนที่เขาทำให้เห็นในการเล่นกับ ฝรั่งเศส ที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1998
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น