5 ประเด็นหลังเกม เรอัล มาดริด พ่าย แอต.มาดริด
หลังจบเกมที่ เรอัล มาดริด แพ้ แอตเลติโก มาดริด ในฟุตบอล ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2018 ประเดิมยุคใหม่ภายใต้กุนซือ ฆูเลน โลเปเตกี ได้ไม่สวยหรู ซึ่งเกมนี้ราชันชุดขาวมีจุดบกพร่องมากมาย และนี่คือ 5 ข้อที่ เรอัล มาดริด ต้องนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป
เปลี่ยนตัวผิดพลาด
อีกหนึ่งจุดที่เห็นได้ชัดในเกมนี้ คือการเปลี่ยนตัวของ โลเปเตกี ที่ถอดบรรดาตัวหลัก เริ่มตั้งแต่ส่ง แดเนียล เซบายอส ที่เป็นมิดฟิลด์เกมรุก มาแทน คาเซมิโร่ ตัวตัดเกมที่เล่นได้โดดเด่นสุดๆ ในนาทีที่ 76 ซึ่งตอนนั้นทีมยังนำอยู่ 2-1 และหลังจากนั้นเพียง 2 นาที ทีมเสียประตูทันที ทั้งที่ยังมี มาร์กอส ยอเรนเต้ ที่เป็นกองกลางเชิงรับอยู่ในม้านั่งสำรองก็น่าจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในการลงมาปิดเกมนอกจากนี้การเปลี่ยนอีกสองตัวที่เหลือก็ไม่ได้ทำให้ทีมดีขึ้นเลย ทั้งการส่ง ลูคัส บาสเกซ มาแทน อีสโก้ และ บอร์ฆา มาโยรัล มาแทน โทนี่ โครส
ต้องเสริมกองหน้าโดยเร็วการขาด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส เริ่มเห็นผลอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ คาริม เบนเซ่มา และแกเร็ธ เบล ต้องกลายเป็นคนแบกรับภาระหนักในการทำประตูหากมองไปที่ม้านั่งสำรองตอนนี้ราชันชุดขาวแทบไม่มีกองหน้าตัวเป้าที่ไว้ใจได้เลย บอร์ฆา มาโยรัล ก็ยังไม่ใช่ผู้เล่นที่ฝากความหวังไว้ได้ ส่วน เวเนซิอุส จูเนียร์ ดาวรุ่งแซมบ้าก็ยังมีประสบการณ์ไม่มากพอ ซึ่งจุดนี้เอง เรอัล มาดริด ต้องไปควานหากองหน้ารายใหม่ที่มีประสบการณ์มากพอให้ทันก่อนตลาดซื้อ-ขายจะปิดตัวลงในวันที่ 31 สิงหาคมนี้
แนวรับเล่นผิดพลาดแม้เกมนี้ราชันชุดขาวจะมีแผงแบ็กโฟร์ตัวหลักลงครบทั้งหมด แต่เกมนี้พวกเขาเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน โดยเฉพาะการประกบ ดิเอโก้ คอสต้า ซึ่งลูกแรกถือเป็นความผิดพลาดของทั้ง รามอส และวาราน โดยตรงรวมถึงอีกหลายลูกที่เล่นกันแบบติดประมาทจนนำมาสู่การเสียประตู ซึ่งจุดนี้เองเป็นการบ้านที่ จูเลน โลเปเตกี ต้องนำไปแก้ไขต่อไป
ใช้โอกาสเปลืองจากสถิติเกมนี้ราชันชุดขาวมีโอกาสยิงถึง 14 ครั้งแต่ได้มาเพียง 2 ประตู ซึ่งสวนทางกับ แอตเลติโก มาดริด ที่มีโอกาสยิงเพียง 8 ครั้ง แต่ทำได้ถึง 4 ลูก มันแสดงให้เห็นถึงการใช้โอกาสเปลืองขณะเดียวกันยังมีสถิติครองบอลที่เหนือกว่าจาก 59% - 41% ซึ่งเป็นไปตามสไตล์ของ โลเปเตกี ที่เน้นการครองบอล แต่ยังมีจุดอ่อนที่การจบสกอร์
โลเปเตกี ประเดิมไม่สวยหลังจากกุนซือชาวสเปนเข้ามารับงานต่อจาก ซีเนดีน ซีดาน ที่ประกาศอำลาทีมหลังจบซีซํ่นที่แล้ว ก็ประเดิมด้วยการพ่ายแอตเลติโก มาดริด ส่งผลให้เจ้าตัวกลายเป็นกุนซือคนแรกที่พาทีมแพ้ในเกมอย่างเป็นทางการนัดแรกนับตั้งแต่ แบรนด์ ชูสเตอร์ เคยทำไว้ในปี 2007นอกจากนี้ยังถือเป็นโค้ชคนแรกของสโมสรในรอบ 60 ปี (ต่อจาก ไมเคิ่ล คีปปิ้ง) ที่คุมทีมนัดแรกและเสียถึง 4 ประตูหรือมากกว่า


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น